ประวัติของประเพณี ตักบาตรดอกไม้ จ.สระบุรี

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จัดเป็นประเพณีไทยที่สำคัญของอำเภอพระพุทธบาท โดยนับวันเข้าพรรษา ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี กำหนดให้มีงานตักบาตรดอกไม้ ฝูงชนต่างพากันไปทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเข้าพรรษาที่วัด พร้อมกับถวายเทียนพรรษาแก่วัดพระพุทธบาท ซึ่งตามประเพณีไทยชาวพุทธทั้งหลายเมื่อแล้วเสร็จจากการทำบุญตักบาตรในเวลาเช้าแล้วในช่วงบ่ายของวันเข้าพรรษาจะมีการตักบาตรดอกไม้ที่ บริเวณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท

ชาวบ้านจะพากันไปเก็บดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนต้นกระชาย หรือต้นขมิ้น มีดอกสีเหลือง หรือดอกสีขาว เรียกว่า “ดอกเข้าพรรษา” ซึ่งดอกไม้ประเภทนี้ชอบขึ้นตามไหล่เขา มีเฉพาะในช่วงเข้าพรรษา ที่จังหวัดสระบุรีแค่จังหวัดเดียวเท่านั้น และในขณะที่พระภิกษุเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะนำดอกเข้าพรรษาไปนมัสการรอยพระพุทธบาทนั้นชาวบ้านก็จะนำขันน้ำ หรือภาชนะใส่น้ำลอยด้วยดอกพิกุล นั่งรออยู่ตามขั้นบันไดเพื่อรอที่จะ ล้างเท้าให้แก่พระภิกษุ ด้วยความเชื่อถือที่ว่าจะเป็นการชำระล้างบาปที่ได้กระทำมาให้หมดสิ้นไป

ความเป็นมาของประเพณี ตักบาตรดอกไม้

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีเดิมของชาวพระพุทธบาทที่ปฏิบัติกันมาเนิ่นนานแล้วมีการเกี่ยวโยงอ้างอิงไปถึงสมัยพุทธกาลตามพุทธตำนานว่านายสุมนมาลาการมีหน้าที่เก็บดอกมะลิ ณ อุทยานหลวงวันละ ๘ กำมือ นำไปถวายพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองกรุงราชคฤห์ วันหนึ่งขณะที่นายสุมนมาลาการเก็บดอกมะลิอยู่นั้น ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกับภิกษุสงฆ์จำนวนหนึ่ง นายสุมนมาลาการเกิดการเลื่อมใสจึงนำดอกมะลิทั้ง ๘ กำมือ ถวายบูชาพระพุทธองค์โดยมิได้กลัวเกรงพระราชอาญาจากพระเจ้าพิมพิสารที่ตนไม่มีดอกมะลิไปถวายในวันนั้นจิตของนายมาลาการมีแต่ความผ่องแผ้ว เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงรู้ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ได้บำเหน็จสิ่งตอบแทนความดีความชอบแก่นายสุมนมาลาการเป็นสิ่งของทั้งสิ้นนายสุมนมาลาการจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

นี่คือ ผลบุญที่ถวายดอกไม้แด่พระพุทธเจ้าในคราวนั้นชาวพระพุทธบาทจึงนำพุทธตำนานดังกล่าวข้างต้น ยึดมั่นประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีสำคัญ ปฏิบัติสืบสานกันมาเป็นประจำทุกปี และกำหนดเอาวันเข้าพรรษาคือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปีเป็นประเพณีตักบาตรดอกไม้

%d bloggers like this: